ข้อมูลพื้นฐาน
ประวัติความเป็นมา
เดิมตำบลบางปลาหรือที่เรียกกันว่าเกาะบางปลานั้น ประกอบไปด้วยบางส่วนของหมู่ที่ 1 ถึงหมู่ที่ 6 เป็นพื้นที่ดั้งเดิมที่มีการย้ายถิ่นฐานจากในเมืองหลวง (พระนคร) เมื่อครั้งที่มีการสร้างเมืองสมุทรปราการ เมื่อประมาณร้อยกว่าปีที่ล่วงมา ข้อมูลจากผู้เฒ่าผู้แก่และจากเอกสารอ้างอิงพบว่า ชุมชนเกาะบางปลาเดิมนั้นเป็นชุมชนเล็กๆ อยู่ริมทะเล ที่มีมานานแล้ว ตั้งบ้านเรือนอยู่กันเป็นกลุ่มประมาณ 50 หลังคาเรือน เป็นพื้นที่ดอน มีลำคลองเล็กๆ คดเคี้ยวผ่านกลางชุมชนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมสองฝั่งคลอง พื้นที่อยู่ระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม มีน้ำขึ้นน้ำลง
ทางทิศใต้ของเกาะบางปลา เดิมเป็นป่าชายเลน เต็มไปด้วยต้นโกงกาง ต้นแสม พืชน้ำเค็มและมีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ ลิงแสม เสือปลา สัตว์เลื้อยคลานและงูหลายชนิด ในน้ำจะมีสัตว์ทะเลอาศัยอยู่อย่างชุกชุม ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา รวมทั้งปลาน้ำจืดหลายชนิดที่มีชุกชุมมาก
เล่ากันว่าในฤดูน้ำลดจะมีชาวลาวจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางมากันเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อจับปลาทำเค็มตากแห้งและทำปลาร้า สะสมไว้ เมื่อได้พอต้องการแล้วก็จะนำกลับไปบ้าน โดยมากันเป็นประจำทุกปี เนื่องจากความชุกชุมของปลา
ด้านทิศเหนือของชุมชน พื้นที่เป็นทุ่งหญ้า จรดริมคลองสำโรง เป็นที่ตั้งชุมชนผู้นับถือศาสนาอิสลามที่ย้ายถิ่นฐานมาจากพระนครและเมืองมีน ซึ่งปัจจุบันคือมีนบุรี
ด้านอาชีพเดิม คนในชุมชนมีอาชีพตัดไม้โกงกาง ไม้แสม นำมาทำฟืน โดยตัดเป็นท่อนบรรทุกเรือล่องขึ้นไปขายในพระนคร เมืองมีน และสวนบน (ปัจจุบันคือคลองบางกอกน้อย) ซึ่งเป็นถิ่นฐานเดิม โดยจะซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง ผัก ผลไม้ ของใช้ต่าง ๆ กลับมาบ้าน เนื่องจากพื้นดินเป็นดินเค็ม ไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชประเภทข้าว ผัก และผลไม้ได้
คนในชุมชนนับถือศาสนาพุทธตามบรรพบุรุษเดิม เมื่อย้ายมายังไม่มีวัดเพื่อประกอบศาสนกิจ ตามประวัติของวัดบางปลามีพระธุดงค์คาดว่าเดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นเดียวกับกลุ่มชาวลาวที่เดินทางมาจับปลาตามฤดูกาล ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้อยู่ และได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้นทางด้านทิศตะวันออกของชุมชน ชาวบ้านเรียกพระรูปนี้ว่า “หลวงพ่อลาว” ตามที่เข้าใจว่าเป็นพระจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และตั้งชื่อวัดว่า “วัดบางลาว” ทำให้ชุมชนเรียกกันว่าบางลาวตั้งแต่นั้นมา
ทางตอนเหนือของตำบล ด้านริมคลองสำโรง มีชุมชนชาวอิสลามย้ายมาจากพระนครและเมืองมีน มาตั้งถิ่นฐานระหว่างปากคลองบางเรือนถึงปากคลองลัด เรียกว่า “สุเหร่าบางลาว” และแหล่งชุมชนปากคลองบางกะสี เรียกว่า “สุเหร่าบางกะสี”
เดิมในฤดูน้ำหลากเดือน 11-12 น้ำจะท่วมหมด เหลือเฉพาะเกาะบางลาวซึ่งเป็นที่ดอน ต่อมามีการก่อสร้างถนนสุขุมวิท ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนไป ถนนเปรียบเหมือนเขื่อนกั้น ทำให้พื้นที่ตำบลบางปลาเปลี่ยนเป็นพื้นที่น้ำจืด ป่าชายเลนหมดสภาพไป
ประชาชนเริ่มทำนาและปลูกพืชผล และต่อมาเปลี่ยนมาทำบ่อเลี้ยงปลา เพราะให้ผลตอบแทนดีกว่า จึงเปลี่ยนจากนาข้าวเป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งยังดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน
ต่อมา เมื่อมีการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ 5 กำนันคนแรกของตำบลบางปลาชื่อ “ขุนสมานพลีราษฎร์” (ชื่อเดิม นายหยวย ฟักทอง) และมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชื่อจากบางลาวเป็นบางปลา คือการประกวดทำแกงที่อำเภอบางพลี โดยชาวบางลาวส่งแกงปลาหมอไปประกวด และรสชาติดีจนเป็นที่กล่าวขาน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “บางปลา”
ปัจจุบันชุมชนบางปลายังคงรวมตัวกันเหนียวแน่น ยึดถือประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น พิธีสรงน้ำเจว็ด งานศาลเจ้าพ่อพระราม-พระลักษณ์ งานศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งเป็นประเพณีหายาก และยังมีคณะละครชาตรี และปี่พาทย์พื้นบ้านมากกว่า 10 คณะ แสดงถึงรากเหง้าและเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่แท้จริง